HOME | ABOUT US | CLASSIFIED ADS | CONTACT US 
Wednesday August 20, 2014 05:27
 

 

หน้าแรกสยามมีเดีย | ข่าวเมืองไทย
ดินถล่มนับร้อยชีวิตสูญหาย กระบี่วิปโยค
ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 เมษายน 2554

ช่วย เหลือ : เรือหลวงจักรีนฤเบศร เข้าช่วยเหลือชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินับพันคน ที่ติดอยู่บนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี หลังติดค้างอยู่บนเกาะหลายวันจากเหตุฝนตกหนัก คลื่นลมแรงไม่สามารถออกจากเกาะได้

วิปโยค : เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่บ้านต้นหาร ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ หลังเกิดภูเขาถล่ม เป็นเหตุให้มีผู้สูญหายจำนวนมาก โดยพบผู้เสียชีวิตแล้ว 10 ศพ

 

เมื่อเวลา 07.45น.วันที่ 30มีนาคม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง พร้อมด้วย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมปล่อยคาราวานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในภาคใต้
จากนั้น นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า รัฐบาลมีคณะกรรมการดูแลประชาชนเวลาที่ประสบภัย โดยมี นายสาทิตย์ เป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งจะดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้น ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์ ได้ส่งถุงยังชีพพระราชทานลงไปในพื้นที่ก่อนแล้ว ซึ่งประชาชนก็มีขวัญและกำลังใจดี ซึ่งคนประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ มีเป็นล้านคนและท่วมมาเป็นสัปดาห์แล้ว ซึ่ง นายสาทิตย์ จะประชุมคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.)และจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันจันทร์ที่ 4เมษายนนี้ เพื่ออนุมัติความช่วยเหลือเพิ่มเติม

จี้ผู้ว่าเบิกงบน้ำท่วมได้100ล้าน
สำหรับงบประมาณที่จะนำไปช่วยนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ปกติจังหวัดจะมีงบประมาณ 50 ล้านบาท เป็นเงินทดลองจ่ายที่ผู้ว่าฯสั่งจ่ายได้ทันทีและขณะนี้ นายสาทิตย์ ได้ขยายวงเงินให้เป็น 100ล้านบาท แต่อีกส่วนต้องขออนุมัติจาก ครม.คืองบกลางที่ ศชอ.จะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยครอบครัวละ 5พันบาทและคงไม่ได้ยึดหลักเกณฑ์น้ำท่วมเกิน 7วันเหมือนที่เคยกำหนด เพราะกรณีนี้ได้รับความเสียหายหมดแล้ว

คชอ.ขออีก2พันล้านจันทร์นี้
ด้าน นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ รองอธิบดีกรมป้องกันสาธารณภัย(ปภ.) ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบ ภัย (คชอ.) ว่า ที่ประชุมเสนอให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครอบครัวละ 5พันบาท ตามหลักเกณฑ์เดิม ซึ่งต้องกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนกว่าคราวที่แล้ว เช่น มีการกำหนดพื้นที่โดยดูจากภาพถ่ายดาวเทียมในพื้นที่น้ำท่วมฉับพลัน หรือน้ำป่าไหลหลาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นจะขออนุมัติงบ ครม.เท่าไร นายฉัตรป้อง กล่าวว่า 3แสนครอบครัวเดือดร้อน ก็ประมาณ 1,500ล้านบาท แต่กรอบที่จะขอยังไม่กำหนดชัดเจน ต้องรอดูสถานการณ์ต่อไปอีกนิดหนึ่ง เพราะฝนยังตกหนักอยู่และเคลื่อนย้ายไปฝั่งตะวันตก ซึ่งต้องมีครบครัวประสบปัญหาเพิ่มขึ้นอีกเยอะ ขณะนี้งบที่ต้องจ่ายครอบครัวละ 5,000บาท ราวมไม่น่าจะเกิน 2พันล้านบาท ส่วนเรื่องจ่ายค่าชดเชยซ่อมแซมที่อยู่อาศัยนั้น จะยึดเกณฑ์ปกติ

ทบ.ระดมกำลัง-สิ่งของลงใต้
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก(ทบ.) กล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.สั่งให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่4 บูรณาการความช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการของประชาชน พร้อมจัดศูนย์บรรเทาสาธารณภัยย่อยเพิ่มอีก 11ศูนย์ กระจายทุกพื้นที่ เน้นอพยพประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ขนย้ายสิ่งของ การแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงชุดแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลต่างๆในพื้นที่ พร้อมส่งชุดแพทย์จากส่วนกลางลงไปเพิ่มเติม นอกจากนี้ ได้ส่งชุดครัวสนามจากกรมพลาธิการทหารบก ลงไปประกอบอาหารให้ผู้ที่เดือดร้อนด้วย

ตั้งเป้ามอบ1แสนถุงยังชีพ
ขณะนี้ได้ส่งชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งประกอบด้วย เรือเจ๊ทสกี รถสะเทินน้ำสะเทินบก เรือท้องแบนอีก 60ลำ เข้าช่วยเหลือในพื้นที่ที่พาหนะเข้าไปไม่ถึง พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่4 อีก 2,000นาย ทั้งนี้ ผบ.ทบ.สั่งให้เร่งระดมจัดทำถุงยังชีพ 10,000ถุง เพื่อนำไปแจกจ่ายประชาชนที่เดือดร้อน โดยตั้งเป้าจะบรรจุถุงยังชีพอีก 50,000ถุง ภายใน 2วัน หากไม่เพียงพอจะเร่งบรรจุให้ถึง 100,000ถุง เน้นอาหารแห้ง ไฟฉายและวิทยุทรานซิสเตอร์ เพื่อรับฟังข่าวสารจากทางราชการในการช่วยเหลือ ทั้งนี้ กองทัพบกเปิดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่หน่วยทหารต่างๆ อาทิ กองบัญชาการกองทัพบก กองทัพภาคที่1 หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) กองพลทหารม้าที่2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.)

ดินเขาพนมจ.กระบี่ถล่มหมู่บ้าน
สำหรับปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้นั้น ล่าสุด นายสมาน แสงสอาด รอง ผวจ.กระบี่ เปิดเผยว่า ได้ประสานขอกำลังทหารเรือหน่วย น.ย.411 ตลอดจนทหารบกและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและสาธารณภัยกระบี่ ร่วมเข้าเคลียพื้นที่และช่วยเหลือผู้ประสบภัย หลังติดค้างและถูกตัดขาดจากโลกภายนอก จากเหตุดินถล่มช่วงกลางดึกในพื้นที่ ม.7 ต.หน้าเขา, ม.6 ต.โคกหารและต.เขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่ เบื้องต้นคาดว่ามีประชาชนติดค้างอยู่กว่า 300ครอบครัว
"การเดินทางเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้น เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากถนนถูกปิดกั้นด้วยดินที่สไลด์ลงมาเป็นช่วงๆ บางจุดยังถูกกระแสน้ำตัดขาด ประกอบกับกระแสน้ำเชี่ยวกราดมาก ไม่สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ได้ ที่สำคัญในพื้นที่ยังคงเกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีเดินเท้าเข้าช่วยเหลือ เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ขั้นตอนการช่วยเหลือไปถึงไหนแล้ว เพราะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์"นายสมาน กล่าว

ผวจ.เผยสูญหายร่วม400ราย
ด้าน นายประสิทธิ โอสถานนท์ ผวจ.กระบี่ เปิดเผยว่า ได้เร่งระดมเจ้าหน้าที่ทหารกองพันพัฒนาที่1 เข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ อ.เขาพนม อย่างเร่งด่วน หลังถูกดินภูเขาสไลด์ลงมาซัดและทับบ้านเรือนชาวบ้าน 3ตำบล ทำให้ชาวบ้านกว่า 300ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ช่วงเกิดเหตุทุกคนอยู่ในบ้าน แต่ทันทีที่กระแสน้ำซัดเข้ามาอย่างรุนแรง ทุกคนต่างกระจัดกระจายหายไปกับสายน้ำจนไม่ทราบชะตากรรม

เผยเตือนแล้วแต่ไม่อพยพเอง
"พื้นที่ 3ตำบลที่เกิดเหตุนั้น ก่อนหน้านี้ได้แจ้งเตือนให้ชาวบ้านอพยพออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นห่วงบ้านเรือน จึงไม่ออกมานอกพื้นที่ กระทั่งน้ำจากบนภูเขาซึ่งไหลทะลักมาพร้อมกับดินที่สไสด์ลงสู่พื้นลาดชัน ทำให้กระแสน้ำมีความแรงและเชี่ยวกราก จึงซัดบ้านเรือนหายทั้งหลังและชาวบ้านจมหายไป ขณะนี้ได้ตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือในพื้นที่อย่างเร่งด่วนเพื่อระดมเจ้า หน้าที่และอุปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือแล้ว"นายประสิทธิ์ กล่าว
ผวจ.กระบี่ กล่าวอีกว่า ยังไม่ทราบตัวเลขที่ชัดเจนของผู้สูญหาย แต่มีหลายร้อยคน เนื่องจากหมู่7 มีประชาชนประมาณ 200ครอบครัว เกือบ 500คน แต่อพยพออกมาได้แค่ 100กว่าคน ยังติดค้างอยู่ในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยน้ำและโคลน ส่วนผู้เสียชีวิตขณะนี้ยืนยันแล้ว 4 ราย เป็นชาย3 หญิง1 อย่างไรก็ตาม จะออกเร่งค้นหาและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เล่าระทึก!วินาทีบ้านพังทลาย
ขณะที่ชาวบ้านผู้รอดชีวิตรายหนึ่ง เล่าว่า ตนพักอาศัยอยู่ในบ้านกับครอบครัว จากนั้นได้มีน้ำไหลเข้าท่วม เบื้องต้นยังไม่คาดคิดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่แค่ไม่กี่นาที น้ำก็ท่วมพัดพาบ้านทั้งหลัง แต่ก็หนีรอดออกมาได้ ก่อนปีนตามไหล่เขาลงมาขอความช่วยเหลือ ซึ่งที่บ้านเป็นชุมชนเล็กๆ มี 7-8ครัวเรือน บ้านถูกพัดพาเสียหายทั้งหมดและมีผู้สูญหายไปหลายคน
ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุขเขาพนม เปิดเผยว่า ในพื้นที่ 2หมู่บ้านการเดินทางเข้าไปช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยาก เนื่องจากถนนถูกตัดขาด ส่วนสถานการณ์น้ำที่รุนแรง และมีดินโคลนถล่มลงมาด้วยนั้น สาเหตุเพราะฝนตกติดต่อหลายวันและอ่างเก็บน้ำควนผึ้ง ซึ่งอยู่ด้านบนของหมู่บ้านพังทลาย ทำให้หมู่บ้านดังกล่าวเสียหายยับเยิน คาดว่ามีผู้สูญหาย 300-400คน

พบแล้ว10ศพ-เข้าพื้นที่ลำบาก
ต่อมา นายสุพจน์ ชนะกิจ นายอำเภอเขาพนม จ.กระบี่ เปิดเผยว่า จากการระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือบ้านประสบเหตุน้ำท่วมและดินสไลด์ใน พื้นที่ 3ตำบล โดยเฉพาะพื้นที่หมู่7 ตำบลหน้าเขา จุดเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากเป็นจุดแรกที่น้ำจากเขาพนมเบญจา ไหลลงมาทับบ้านเรือน จนทำให้บ้านหายไปกับสายน้ำหลายหลังคาเรือน ล่าสุด พบศพชาวบ้าน 10ศพ ซึ่งลอยมากับสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก จึงยากต่อการเข้ากู้ศพมารอการตรวจสอบ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อีกชุดหนึ่งเข้าช่วยเหลือชาวบ้านไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แล้ว เนื่องจากฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้ตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือที่วัดเทพพนมและศาลาเอนกประสงค์ประจำหมู่ บ้าน

บาดเจ็บ39ราย-สาหัส7คน
ขณะที่ ร.อ.สันติ ยูถนันท์ ผอ.โรงพยาบาลเขาพนม จ.กระบี่ เปิดเผยว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์น้ำป่าทะลักท่วมในพื้นที่ อ.เขาพนม ทั้งหมด 39ราย เป็นผู้ชาย 19รายและผู้หญิง 20ราย ในจำนวนนี้มีเด็กประมาณ 12รายและผู้บาดเจ็บสาหัส 7คน ล่าสุด ได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพบาลกระบี่แล้ว 3ราย มีอาการบาดเจ็บลักษณะกระดูกหักจากแรงกระแทกที่รุนแรง

ครูหลายคนติดในโรงเรียน
นายสมบัติ มรกต นายกอบต.เขาพนม จ.กระบี่ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่โรงเรียนบ้านหน้าเขา มีครูเข้าไปพักอาศัยอยู่ภายในบ้านพักครู ยังติดอยู่อีกหลายคน ล่าสุดยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าช่วยเหลือ เบื้องต้นเร่งประสานให้เจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งมีอุปกรณ์และความพร้อมในการช่วยเหลือเข้าพื้นที่ในจุดที่ชาวบ้านเข้าไป ไม่ถึง เพื่อเร่งอพยพประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยอย่างเร่งด่วน ล่าสุดได้รับรายงานว่า พื้นที่หมู่ที่2 ต.เขาดิน ซึ่งมีบ้านเรือนประมาณ 100หลังคาเรือนระดับน้ำเริ่มไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนสูงกว่า 2เมตร จนมิดหลังคาแล้ว"นายสมบัติ กล่าว

ชุมพรดินถล่มสายเอเซียขาด
ที่ จ.ชุมพร นายจักร์พงศ์ เปี่ยมเมตตา นายอำเภอหลังสวน รับแจ้งจาก นายกิตติคุณ เอี่ยมเจริญ หัวหน้าหมวดการทางหลังสวนว่า เกิดดินโคลนจากภูเขาข้างทางไหลถล่มลงมาทับถนนเอเซีย41 ช่วงหลัก กม.ที่100+73 ช่องทางขาล่องใต้ อ.หลังสวน ไปยัง จ.สุราษฏร์ธานี ขณะนี้ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่หมวดการทางฯ เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อนำดินออกจากจุดเกิดเหตุแล้ว โดยต้องปิดช่องทางขาล่องใต้ เพื่อให้รถเบี่ยงไปใช้ช่องทางขาขึ้น กทม.แทน คาดว่าช่วงเย็นจะเปิดใช้ได้

ภูเขาไหลทับบ้านหนีตายวุ่น
นายจักร์พงษ์ กล่าวอีกว่า ได้รับแจ้งจาก นายอเนก ดวงจันทร์ กำนันตำบลนาพญาว่า ที่หมู่6 เกิดเหตุภูเขาถล่มลงมาทับบ้านเรือนราษฎรเสียหาย จึงประสานเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายรุดไปตรวจสอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่117 ม.6 ลักษณะเป็นบ้าน 2ชั้น ยกพื้นสูง ใต้ถุนบ้านและรอบบ้านพบโคลนปนหินสีแดงจำนวนมากไหลเป็นธารยาวลงมาจากยอดภูเขา ระยะทางยาวร่วม 1กิโลเมตรและไหลลงมากองทับบ้านจนได้รับความเสียหาย เพราะดินโคลนท่วมสูงถึง 1.80ซม อยู่ระดับขอบหน้าต่าง ทำให้เจ้าของบ้านต้องอพยพครอบครัวหนีตายทันที
นางนุชนาถ ฉิมวารี ผู้ประสพเหตุ กล่าวว่า เวลาประมาณ 24นาฬิกา ขณะที่ตนและครอบครัว ซึ่งมีสามีและลูกอีก 1คน กำลังหลับอยู่ในบ้าน ต้องตกใจตื่นเนื่องจากได้ยินเหมือนเสียงคลื่นขนาดใหญ่ดังมาแต่ไกล เมื่อออกไปดูก็เห็นต้นไม้ล้มระเนระนาดลงมาจากภูเขา พร้อมดินโคลนปนหินไหลลงมาอย่างรวดเร็ว ทำให้ตนต้องรีบพาครอบครัวหนีออกจากบ้านลงไปสมทบกับเพื่อนบ้านเพื่อรอดู เหตุการณ์ ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ดินโคลนและหินยังคงร่วงลงมาไม่ขาดระยะ ตนไม่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย

ปภ.เตือน11จว.ระวังดินถล่ม
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้ผู้เสียชีวิตรวม 11ราย ใน 3จังหวัด คือ จ.นครศรีธรรมราช เสียชีวิต 7ราย คือ นายอรรถกร บุญเพชร, พระพัทราภรณ์ จิระวรา, พระอภิชาต คุ้มประดิษฐ์, นายธงชัย คำด้วง, นายวิรัตน์ ชัยคช, นางเอื้อมพร สังข์วงศ์และด.ช.อภิชาต รัตนสุข จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้เสียชีวิต 3ราย คือ นางนพ เพชรรัตน์, นายวีรศักดิ์ วิจิตรและน.ส.แจ่มนภา แซกกระโทก จ.พัทลุง มีผู้เสียชีวิต 1ราย คือ ด.ช.ซอดีหรีน เส็นเกลี้ยง ทั้งนี้ ปภ.จะช่วยค่าจัดการศพตามระเบียบกระทรวงการคลัง โดยจ่ายแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละไม่เกิน 25,000บาท หากเป็นหัวหน้าครอบครัวช่วยเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 25,000บาท
นายวิบูลย์ กล่าวว่า ขณะนี้อุทกภัยในภาคใต้ประสบภัย 8จังหวัด 80อำเภอ 536ตำบล 3,464 หมู่บ้าน ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ตรัง ชุมพร สงขลา กระบี่และจ.พังงา มีพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่านและที่ลุ่มริมแม่น้ำใน 11จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จ.ชุมพร นครศรีธรรมราช ระนอง สุราษฎร์ธานี พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา พังงา กระบี่และจ.ภูเก็ต

สุราษฎร์น้ำท่วมขยายวง6อ.
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุราษฎร์ธานี ว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลายพื้นที่เพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากฝนตกหนักทั้งคืนจนถึงช่วงเช้า โดยระดับน้ำท่วมขังครอบคลุมเกือบทุกอำเภอแล้ว ที่หนักสุดคือ อ.ดอนสัก กาญจนดิษฐ์ เกาะสมุย ไชยา ท่าชนะและอ.ท่าฉาง ระดับน้ำเพิ่มสูงตั้งแต่ 1เมตรขึ้นไป ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำตาปี เพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณสูงมากกว่า 7 เมตรตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 29มีนาคมที่ผ่านมา

ทร.ส่งเรือช่วยติดค้างเกาะเต่า
สำหรับกรณีมีนักท่องเที่ยวตกค้างที่เกาะสมุย กว่า 700คนและที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน กว่า 300คนนั้น นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผวจ.สุราษฎร์ธานี ระบุว่า เมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา เรือรบหลวงจักกรีนฤเบศ เข้าไปจอดเทียบท่าที่เกาะเต่าเพื่อรอรับนักท่องเที่ยวในเกาะเต่าแล้ว หลังจากช่วงเช้าวันที่ 30มีนาคม สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยในการเข้าอพยพนักท่องเที่ยว

ทยอยลงเรือจักรีนฤเบศร
ทั้งนี้ เวลา 12.30น.หลังสภาพอาการเริ่มดีขึ้น นาวาเอกสุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บังคับการเรือหลวงจักรีนฤเบศร สั่งการให้เจ้าหน้าที่เริ่มช่วยอพยพบนเกาะเต่าโดยส่งเฮลิคอปเตอร์2ลำ พร้อมเรือยางติดเครื่องท้าย 2ลำและเรือระบายพลLCVP ที่สามารถขนย้ายผู้อพยพได้เที่ยวละ 40-50คน คาดว่าจะอพยพหมดเวลา 17.00น.ก่อนมุ่งหน้าไป อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่ออพยพคนและนักท่องเที่ยวกลับขึ้นฝั่งต่อไป

ผบ.ทร.ยันอพยพเสร็จเย็นนี้
ที่ห้องชมวัง อาคารราชนาวิกสภา พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร.กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในภาคใต้ว่า ได้สั่งการให้ พล.ร.อ.ณรงค์ เทศวิศาล ผบ.กองเรือยุทธการ จัดส่งเรือหลวงจักรีนฤเบศร พร้อมเฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ 2ลำ ละแบบซีฮอร์ค 3ลำเ รือท้องแบน 2ลำ พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ ชุดแพทย์ พยาบาล เสบียงอาหารและน้ำดื่ม พร้อมถุงยังชีพ 1,500ถุง ไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า จ.ชุมพร ประมาณ 2,000คนและที่เกาะสมุย จ.สุราษฎรธานี 1,000คน ซึ่งขณะนี้กำลังอพยพนักท่องเที่ยวจากเกาะเต่าและเกาะพะงัน โดยใช้เฮลิคอปเตอร์และเรือแอลพีดี.ทั้งนี้อาจต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5ชั่วโมง หากไม่ติดปัญหาเรื่องคลื่นลมและสภาพอากาศสามารถอพยพนักท่องเที่ยวกลับได้ใน เวลา 18.00น.ของวันที่ 30มีนาคมนี้ เบื้องต้นจะส่งไปที่ท่าเรือ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์และพื้นที่รองรับ อีกส่วนหนึ่งส่งไปลงเรือที่ฐานทัพเรือสัตหีบ
ด้าน พล.ร.อ.เถกิงศักดิ์ วังแก้ว เสนาธิการทหารเรือ กล่าวว่า การปฏิบัติของกองทัพเรือในช่วงเช้าวันนี้ ปรากฎว่าสภาพอากาศมีคลื่นลงแรงมาก มีความสูง 3เมตรขึ้นไป แรงลม 50-60 น๊อต เรือหลวงจักรีฯพยายามหาบริเวณจุดจอดเรือ เพื่อรออพยพนักท่องเที่ยว กระทั่งเวลา 12.00น.ได้บริเวณจอดเรือเรียบร้อย ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนปฏิบัติ น่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5-6 ชั่วโมงในการอพยพนักท่องเที่ยวทั้งหมด

เมืองคอนน้ำป่าทะลักเพิ่มอีก
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักที่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำและที่ราบทั่วจังหวัด เนื่องจากปริมาณน้ำจากบริเวณป่าต้นน้ำและที่ราบเชิงเขา ได้ไหลบ่าเข้าท่วมขังสมทบกับปริมาณน้ำที่มีอยู่เดิม ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่การระบายน้ำลงสู่ทะเล เป็นไปอย่างลำบาก จากสภาพน้ำทะเลหนุน โดยพื้นที่หลายจุดน้ำท่วมสูงกว่า 2เมตร ชาวบ้านต้องอพยพออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย
ขณะที่ตัวเลขความเสียหายจากทั้ง 23อำเภอของ จ.นครศรีธรรมราช มียอดความเสียหายแล้วกว่า 300ล้านบาท ยอดผู้เสียชีวิต 11ราย เส้นทางได้รับความเสียหายจากดินพังทลายและน้ำท่วมสูงไม่สามารถสัญจรได้กว่า 10เส้นทาง สถานการณ์ทั่วไปยังมีฝนตกหนักเกือบทุกพื้นที่

จับไอ้เข้ได้อีก1-แจ้งพบทั่วเมือง
ความเคลื่อนไหวการไล่ล่าจระเข้ที่หลุดออกมาจากสวนสัตว์นั้น โดยเฉพาะของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีการไล่ล่าอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะครบ 11ตัว หลังจากพบแล้ว 7ตัว ล่าสุดมีการยืนยันว่า ที่เหลืออีก 4ตัวนั้น ยังวนเวียนอยู่ในบึงน้ำสวนสาธารณะ ดังนั้น จึงแน่ชัดว่าจระเข้ของเทศบาลมีจำนวนครบแล้วและเมื่อวันที่ 29มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับได้ขนาดประมาณ 1 เมตรเศษโดยผู้เลี้ยงยืนยันว่า ไม่ใช่ของเทศบาลที่อยู่ในความดูแลอย่างแน่นอน ล่าสุด เวลา 11.00 น.วันที่ 30มีนาคม จับจระเข้เพิ่มอีก 1ตัว ขนาด 1เมตร หนัก 20กก.เศษ แน่ชัดว่าไม่ใช่จระเข้ของเทศบาลอย่างแน่นอน แต่เป็นจระเข้ที่ลักลอบเลี้ยงแล้วหลุดออกมา
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีประชาชนหลายจุดแจ้งการพบเห็นจระเข้เกือบ 10จุด แต่ละจุดมีขนาดแตกต่างกัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนหาแหล่งเลี้ยง เพื่อตรวจสอบจำนวนที่แน่ชัดที่หลุดออกมา รวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เลี้ยงที่ไม่ขออนุญาตอย่างเฉียบขาด

ตะลุมพุกร้องมาร์คย้ายที่อยู่
นายวิศาล เพชรคง นายอำเภอปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้ประชาชนในพื้นที่ อ.ปากพนัง เตรียมรอต้อนรับคณะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่กำลังเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่ประสบภัย ต.แหลม อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะแหลมตะลุมพุก มีผู้ประสบภัยได้รับความเดือดร้อนกว่า 2,500คน บ้านถูกคลื่นซัดเสียหายทั้งหลังและบางส่วน รวม 650หลังคาเรือน ผู้ประสบภัยต่างไม่มั่นใจความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพราะช่วงนี้เกิดคลื่นลมแรงพัดเข้าชายฝั่ง ส่งผลให้เครื่องมือทำประมง และบ้านพักเสียหายต่อเนื่อง จึงเตรียมเสนอขอใช้พื้นที่สงวน 150ไร่ ต่อ นายอภิสิทธิ์ เพื่อย้ายถิ่นฐาน หลังริมฝั่งทะเลไม่สามารถอาศัยอยู่ได้แล้ว

กำนันยันคลื่นสูง4-5เมตรซัดบ้าน
ด้าน นายประยุทธ์ ฐานะวัฒนา กำนัน ต.แหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 29มีนาคมที่ผ่านมา คลื่นมาเป็นกำแพงสูง 4-5 เมตร ซัดถนนคอนกรีตหมู่2 หมู่3 ถนนพังหมดและวันที่ 30มีนาคม คลื่นลมแรงอีกหรือไม่ ต้องเตรียมรับมือ โดยชาวบ้านเตรียมตัวย้ายที่อยู่เพราะอยู่ติดทะเล กำลังขอย้ายทั้งตำบล ให้ห่างชายหาดออกมา 150เมตร เคยทำเรื่องขอไปแล้ว แต่ไม่ผ่าน เพราะติดว่าเป็นพื้นที่ป่า เมื่อนายกฯจะเดินทางมาเยี่ยม จะยื่นขออีกครั้ง
"ผมอายุ 51ปีแล้ว ไม่เคยพบเห็นแบบนี้มาก่อน ถามคนเฒ่าคนแก่ก็บอกว่า ไม่เคยเจอมรสุมฝนตกในหน้าร้อนแบบนี้ ชาวบ้านตะลุมพุกงดทำอาชีพประมง 2เดือนกว่าแล้ว ก็กินอาหารเท่าที่มี
คนทำอาชีพประมงอาชีพเดียว ตอนนี้ทำมาหากินไม่ได้ เป็นหนี้นอกระบบกันหมด เงินช่วยน้ำท่วมรอบที่แล้วตั้งแต่เดือนตุลาคมปี2553 ก็ยังไม่ได้รับ" นายประยุทธ์ กล่าว

มาร์คเล็งคุมทส.ย้ายทั้งหมู่บ้าน
บ่ายวันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงตรวจเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่แหลมตะลุมพุก อ.ปากพงัน แจกถุงยังชีพและมอบเงินเยียวยาให้กับญาติผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับประชาชนว่า ขอให้ประชาชนติดตามการเตือนภัยของเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา ส่วนเงินค่าชดเชยที่จ่ายให้ครอบครัวละ 5พันบาท จากประสบอุทกภัยเมื่อปลายปีที่แล้วที่ยังจ่ายให้ไม่ครบทุกครอบครัว ที่ล่าช้าเพราะมีปัญหาเรื่องรายชื่อซ้ำซ้อน จึงต้องมีการตรวจสอบ แต่ยืนยันว่าจะเร่งรัดช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เท่าที่ทราบได้จ่ายไปแล้วร้อยละ70-80
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านแหลมตะลุมพุกฝั่งทะเล ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนนายกรัฐมนตรี ให้แร่งแก้ปัญหา เนื่องจากมีชาวบ้านกว่า 250ครัวเรือน ได้รับความเดือนร้อนจากถูกน้ำทะเลกัดเซาะ และต้องการย้ายไปอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งนายกรัฐมนตรี รับปากจะไปหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพราะต้องผ่านการพิจารณาของ ทส.ซึ่งต้องขอยกเว้นในการใช้พื้นที่โดยขอมติ ครม.

ย้ำแจ้งเตือนดินถล่มให้จริงจัง
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานเรื่องดินถล่มที่ จ.กระบี่และมีผู้เสียชีวิต ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่กองทัพ กำลังเร่งดูแลแก้ปัญหา สิ่งที่ย้ำคือ การเตือนภัยและการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกลงมามาก หลายพื้นที่ที่อุ้มน้ำอยู่ ไม่ทราบว่าจะอุ้มน้ำได้แค่ไหน จึงขอเน้นเรื่องความปลอดภัย เพราะขณะนี้สถานการณ์เกิดทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน จึงต้องแจ้งเตือนภัยอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม น่าเป็นห่วงมากกว่าพื้นที่ฝั่งทะเล ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐจะอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด จากนั้น นายกรัฐมนตรี ลงเดินดูพื้นที่แหลมตะลุมพุก ซึ่งชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหลังถูกน้ำทะเลกัดเซาะถึงผิวถนน ทำให้ถนนทรุดตัวลง ก่อนนั่งรถจากแหลมตะลุมพุกไป อ.ท่าศาลา ซึ่งบางจุดน้ำเพิ่มขึ้นสูงมาก

ตรังพนังกั้นน้ำแตกท่วม3ต.
นายสมบัติ ผลประยูร นายก อบต.หนองตรุด อ.เมือง จ.ตรัง กล่าวว่า เวลาประมาณ 15.30น. พนังกั้นน้ำแม่น้ำตรัง บริเวณ หมู่2 บ้านปากหมัน ต.หนองตรุด อ.เมือง เกิดแตกกะทันหัน เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำตรังเพิ่มขึ้นและไหลเชี่ยวกราก ส่งผลให้พนังกั้นน้ำแตกทันทีในระยะทาง 30เมตร กระแสน้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านทันที บริเวณหมู่1บ้านโคกยูง หมู่3 บ้านนาแขก ชาวบ้าน 500ครัวเรือน ต้องอพยพขึ้นไปอาศัยบนที่สูง ผลของผนังกั้นแม่น้ำตรังแตกครั้งนี้ น้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ต.บางรัก ต.นาโต๊ะหมิงและต.นาตาล่วง

พระราชทาน5แสนบาทช่วย
วันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชูปถัมภ์ สภากาชาดไทยและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกา สภากาชาดไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์ นำเงินพระราชทาน 5แสนบาท ไปมอบให้กับสภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ พร้อมเชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยราษฎรที่กำลังประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่ โดย นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย รับพระราชทานเงินดังกล่าว ณ ห้องรับรอง อาคารเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวรฯ สภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยต่อไป

อุตุเตือน10จว.ใต้ฝนยังหนัก
เวลา 16.00น.กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยฉบับที่17 ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณ จ.พังงา ภูเก็ตและจ.กระบี่ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ โดยเฉพาะบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ยังคงมีฝนชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ต่อไปอีก 1-2วัน ขอให้ประชาชน จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรังและจ.สตูล ยังคงต้องระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากต่อไปอีก ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันสูง 2-3เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออก จากฝั่งในระยะนี้ อนึ่ง วันที่ 31มีนาคม ความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน เริ่มมีกำลังอ่อนลง แต่ยังทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกทม.มีอากาศเย็นต่อไปอีก 1-2วัน

HOME | ABOUT US | ADS | CONTACT US
Established since 1981
Copyright © 2000-2005 Siam Media News. All Rights Reserved.
webmaster@siammedia.org
 

View Stats